ไม่ได้มาอัพเดทซะนาน เลยอยากแวะเข้ามาเขียน ในบล็อกเพื่ออัพเดทข่าวสารเสียหน่อยครับ ช่วงที่ผ่านมาที่ไม่ได้มาอัพเดทก็เพราะว่างานค่อนข้างยุ่งครับ พอกลับถึงบ้านก็ไม่ค่อยอยากแตะคอมพิวเตอร์ แล้วยิ่งช่วงเสาร์อาทิตย์ก็พยายามห่าง ๆ จากคอมพิวเตอร์บ้าง เลยไม่ค่อยได้เขียนด้วยเหตุนี้นั่นเองครับ

สำหรับโครงการที่ช่วงนี้กำลังทำอยู่ก็คือพ็อกเก็ตบุ๊คครับ นี่ถือได้ว่าเป็นพ็อกเก็ตบุ๊คเล่มแรกของผมและเว็บ keng.com เลยทีเดียวครับ อดใจรอสักหน่อย คาดว่าไม่เกินภายในปีนี้เพราะตอนนี้ก็ส่งต้นฉบับไปเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวอีกสักระยะหนึ่งผมจะเริ่มมาเล่าให้ฟังเพิ่มเติมถึงความคืบหน้าในพ็อกเก็ตบุ๊คเล่มนี้ครับ

เราคงเคยเห็นโฆษณาตามสื่อต่างๆ ที่มีการทำโค๊ดสีดำสีขาวแบบที่เป็นช่องสี่เหลี่ยมมาอยู่ในโฆษณานั้นด้วย ซึ่งโค๊ดเหล่านั้นเราเรียกว่า ทูดีบาร์โค๊ด (2D Bar Code) หรืออีกชื่อที่คุ้นหูกันก็คือ คิวอาร์โค๊ด (QR Code) นั่นเอง ซึ่งพวกนี้โดยรวม ๆ เราจะเรียกมันว่า Mobile Tag หรือป้ายสำหรับโทรศัพท์มือถือครับ Read the rest of this entry »

เมื่อวานนี้ผมได้มีโอกาสขึ้นพูดบรรยายให้กับงาน conference ที่จัดขึ้นโดยบริษัทที่ผมทำงานอยู่ ซึ่งในงานนี้มีการบรรยายในหลายหัวข้อ ถึงแนวโน้มการตลาดดิจิตอลที่น่าจะมาแรงในปีนี้ โดยหัวข้อที่ผมได้รับมอบหมายให้พูดก็คือเรื่องเนื้อหาแบบเป็นรูปแบบวีดีโอ ซึ่งในประเด็นนี้มีเรื่องที่น่าสนใจอยู่หลายเรื่อง โดยในประเด็นเรื่องความนิยมในเนื้อหาประเภทที่เป็นวีดีโอออนไลน์นั้น มีให้เราเห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ

โดยในปัจจุบันนี้เราจะเห็นว่าผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ต่างก็แข่งขันกันนำเสนอบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง แล้วราคาค่าใช้จ่ายก็ถูกลงเรื่อย ๆ นั่นเลยทำให้คนไทยเราสามารถดูเว็บหรือไฟล์ขนาดใหญ่ได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งหากพูดถึงเรื่องขนาดไฟล์ที่ใหญ่แล้วคงหนีไม่พ้นเรื่องราวของวีดีโอนั่นเอง

หากย้อนกลับไปเมื่อสองสามปีก่อน เราจะได้เห็นเนื้อหาประเภทวีดีโอจากต่างประเทศ ที่ใส่ไว้ใน youtube ให้คนได้ดูกันนั้น มีจำนวนคนดูกันเป็นหลักล้าน หรือหลายล้านคน แต่เมือหันมามองคลิปวีดีโอของคนไทยแล้ว ตอนนั้นก็ยังมีคนดูกันไม่เยอะมากสักเท่าไหร่ แต่ถ้ามามองกันในปีนี้อีกครั้ง เราได้มีโอกาสเห็นวีดีโอคลิปของคนไทย ที่มีจำนวนคนดูมากถึงหลักล้านคน มากขึ้นเรื่อย ๆ

ซึ่งในจำพวกวีดีโอที่มีคนดูหลักล้านคนนั้น เราจะเห็นทั้ง music video เพลงลูกทุ่งต่าง ๆ เช่นเพลง บ่กล้าบอกครู (แต่หนูกล้าบอกอ้าย) ของเอิ้นขวัญ วรัญญา ที่มีจำนวนคนดูมากถึง 3 ล้านคนเป็นต้น หรืองานส่งคุณครูของนักศึกษาเอแบค ที่ทำออกมาเป็นเกมบน youtube อย่าง Au plus Dating Game ที่มีวีดีโอให้ดู แล้วตอนฉากจบของแต่ละตอน ก็จะมีให้ผู้ชมได้เลือกตัดสินใจเอาเอง เมื่อคลิกสิ่งที่ตนเลือกแล้ว จะถูกส่งไปยังวีดีโอคลิปไฟล์ถัดไป ซึ่งทำให้คนดูแต่ละคน สามารถเจอตอนจบที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งขนาดงานที่ทำกันเองแบบนี้ ไม่ได้มี production ที่ใหญ่โต ยังมีคนดูมากถึง 4 แสนคน ซึ่งเราจะเห็นว่ามีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

จากแนวโน้มที่เรามองเห็นนี้ ก็มีหลายแบรนด์ที่กำลังมองดูโอกาสนี้อยู่อย่างใกล้ชิด บ้างก็ลงมือทำเกาะกระแสกันเลย บ้างก็ยังจด ๆ จ้อง ๆ ซึ่งเมื่อพูดถึงแบรนด์ที่มาใช้วีดีโอเพื่อสื่อสารนั้น เราก็เห็นหลาย ๆ แคมเปญที่ทำกันแล้ว เช่นงาน webisode ของ LG Lollipop ที่ทำออกมาเป็นหนังรักแนววัยรุ่น ซึ่งก็มีการใช้โทรศัพท์มือถือของ LG มาเป็นหนึ่งในตัวดำเนินเรื่องเป็นต้น

งานอีกชิ้นหนึ่งที่กำลังเป็นที่สนใจของคนรอบข้าง แม้เวลาผมนั่งอยู่บนรถไฟฟ้า ก็ยังแอบเห็นงานชิ้นนี้ฉายวนอยู่ในรถไฟฟ้าด้วย พูดไปหลายท่านอาจร้องอ๋อ งานชิ้นที่ว่าก็คืองานที่ชื่อ Make The Difference ของธนาคาร TMB นั่นเอง ผมเองเคยแอบได้ยินคนบนรถไฟฟ้า พูดถึงตัวหนังหรือวีดีโอคลิปนี้่ว่า แล้วตอนต่อไปมันจะเป็นยังไงเนี่ย คือเรียกว่ามีคนติดตามดูเหมือนกัน โดยส่วนตัว ผมก็ค่อนข้างชอบหนังโฆษณาชุดนี้ ไม่รู้ว่าอาจเป็นเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับฟุตบอลที่ผมชอบอยู่แล้วรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ดูไปแล้วน่าสนใจเหมือนกัน

เรื่องราวของหนังโฆษณาชุดนี้ ดำเนินเรื่องแบบเหมือนเป็นละครให้ชวนติดตาม โดยในเรื่องจะเป็นฉากบนเกาะปันหยี ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่จะต่อเป็นแพแล้วผูกติดกันเพื่อเกาะรวมกันเป็นแพใหญ่ ซึ่งก็เป็นสัญลักษณ์ของเกาะปันหยีด้วยเหมือนกัน เรื่องราวถูกดำเนินโดยเด็ก ๆ ชาวบ้านกลุ่มหนึ่ง ที่อยากเล่นฟุตบอล แต่ก็ไม่มีสนามฟุตบอลจะเตะ ก็เลยมีการเล่าเรื่อง และให้คนทางบ้านได้ลองคิดตามว่า ถ้าคุณเจอสถานการณ์แบบนี้ คุณจะคิดอย่างไร จะทำอย่างไร เป็นต้น ตอนผมดูตอนแรก ก็คิดตามเหมือนกัน แล้วมันจะไปเตะกันที่ไหน แต่พอหนังตอนต่อ ๆ ไปออกมา ก็เริ่มเห็นว่ามันมีแนวคิดแปลก ๆ ที่ถูกคิดกันขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นของเด็ก ๆ ซึ่งเรียกว่าเดาไม่ถูกเหมือนกัน แต่พอหนังมาแล้ว เราดูแล้วก็เพลิน เหมือนว่า challenge ที่ถูกสร้างไว้ด้านท้ายของคลิปก่อนหน้านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมีสโลแกว่า Make The Difference นั้น ทำงานได้ดีทีเดียว โดยประโยคนี้จะแปลได้ว่า “พลังในตัวคุณ เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้น” ซึ่งทำให้คนอยากติดตาม เพราะอย่างน้อยคนในรถไฟฟ้าขบวนที่ผมเคยนั่งนั้น มีผู้ชมพูดถึงหรือเดาถึงตอนต่อไปกันเยอะมาก

เมื่อมองกลับไปถึงแบรนด์เจ้าของวีดีโอคลิปอย่างธนาคาร TMB นั้น ก็เปิดตัวคอนเซ็ปต์ Make The Difference ได้ดีและแรงทีเดียว ได้กระจายไปทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยคำว่า Make The Different นั้นก็น่าจะเป็นการเชิญชวนให้คนดู มาร่วมคิดต่าง ซึ่งการสื่อสารแนวนี้ ผมคิดว่าเป็นการเอาแบรนด์มาผูกไ้ว้กับ campaign ซึ่งในอดีตเราน่าจะติดภาพว่า TMB คือธนาคารทหารไทยมาก่อน แต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นธนาคาร TMB แล้ว ซึ่งในอดีตโฆษณาเป็นอย่างไรนั้นผมจำไม่ได้ แต่ที่เห็นคือระยะหลังมานี้ เห็นสื่อของ TMB เยอะมาก ซึ่งเหมือน TMB ก็พยายามสื่อสารออกมาในเชิงเปลี่ยนภาพลักษณ์องค์กร ซึ่งก็ค่อย ๆ ทำมาเรื่อย ๆ จนตอนนี้ออกดอกออกผลในเห็นชัดขึ้นมา โดยเฉพาะในคลิปล่าสุด เรื่อง Make the Diffence ซึ่งมีคนดูไปแล้ว 700,000 กว่าครั้งเลยทีเดียว เราจะเห็นว่าผู้บริโภคเอง ก็ตอบรับการนำเสนอของ TMB แม้ว่ารู้ทั้งรู้ว่านี่คือการโฆษณาแบบเป็นวีดีโอ แต่คนก็ยังอยากดู เพราะเนื้อเรื่องน่าสนใจหรือทำให้คนต้องหยุดดูกันเลยนั่นเอง

ผมฝากลองช่วยกันส่งลิ้งเข้ามาแนะนำด้วยนะครับว่า มีวีดีโอคลิปของคนไทยคลิปไหนที่มีผู้ชมมากกว่า1 ล้านครั้ง เราจะได้มีตัวอย่างดูกันเยอะ ๆ และท่านผู้อ่านจะได้พอมองเห็นภาพที่ชัดขึ้นเข้าไปอีกด้วยครับ

ผมได้มีโอกาสอ่านพบข้อความหนึ่งที่เขียนผ่านทวิตเตอร์ผ่านมาในหน้าจอของผมว่า เมื่อสมัยก่อนที่ยังไม่มีเฟซบุ๊ค ยังไม่มีทวิตเตอร์ หรือเทคโนโลยีที่ทันสมัยเหมือนในปัจจุบัน ทั้งที่แต่ก่อนมีแค่ช่องเก้าการ์ตูน ก็มีความสุขแล้ว Read the rest of this entry »

โซเชียลเน็ตเวิร์คเริ่มถูกใช้เพื่อเสริมพลังในการทำธุรกิจร้านค้าหรือภาคธุรกิจมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากที่โทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนที่มีลูกเล่นเรื่องการระบุพิกัดที่อยู่ปัจจุบันของเจ้าของเครื่อง บวกกับโซเชียลเน็ตเวิร์คต่าง ๆ ที่ให้ผู้ใช้ได้ระบุพิกัดที่อยู่ได้เอง (Location Based Social Network) เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย อย่างเช่นโฟร์สแควร์ หรือโกวัลล่า ที่เริ่มเป็นที่นิยมในประเทศไทย Read the rest of this entry »

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.